น้องหมาเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่กับเรามาเป็นเวลานาน ถือเป็นเพื่อนที่แสนซื่อสัตย์ที่จะอยู่กับเราจนกว่าจะถึงลมหายใจสุดท้าย แต่บางคนนั้นอาจจะเผลอทำในสิ่งที่ไม่ควรทำต่อน้องหมาของเรา แต่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะมีอะไรบ้างล่ะ แล้วมันจะส่งผลกับน้องหมาของเราอย่างไรบ้าง บทความของเราในวันนี้อยากจะขอย้ำเตือนคนที่เลี้ยงสุนัขว่าควรหลีกเลี่ยง 6 พฤติกรรมต้องห้าม ที่เจ้าของไม่ควรทำกับสุนัข เพราะอาจจะทำให้สนุขของเรานั้น อยู่กับเราได้ไม่นาน หรือมีพฤติกรรมเตกต่างไปจากเดิม

6 พฤติกรรมต้องห้าม ที่ไม่ควรทำกับสุนัข

1. ทิ้งไว้ในรถตามลำพัง

อากกาศประเทศไทยคนไทยรู้ทั่วโลกรู้ ว่ามันร้อนขนาดไหน แต่ถ้าหากเราเผลอหรือจงใจปล่อยให้น้องหมาอยู่บนรถตามลำพัง ถึงแม้คุณจะเปิดแอร์ก็อาจทำให้เกิดเป็นฝ้าซึ่งเป็นของแปลกสำหรับมัน ทำให้สุนัขบางตัวอาจจะตื่นกลัวและป่วยได้ หรือถ้าทิ้งไว้ในรถนาน ๆ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยตามที่เราเคยเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์มาบ้างแล้ว

ทิ้งไว้ในรถตามลำพัง

2. ล่ามโซ่

การจะล่ามโซ่สุนัขนั้น ไม่เชื่อเรื่องที่ดีสักเท่าไหร่ เพราะว่าสุนัขทุกตัวนั้นต้องการมีอิสระเสรี และมันยังต้องการออกไปเดินเล่นเพื่อออกกำลังกายที่พอเหมาะกับสายพันธุ์ของมันด้วย อีกทั้งสุนัขเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์มากและมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ค่อนข้างสูง ฉะนั้นการปล่อยให้มันโดดเดี่ยว และรู้สึกว่าโดนทิ้งขว้างย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ดีแน่ อย่าล่ามโซ่สุนัขในบ้านโดยไม่มีเหตุจำเป็นเลย มันช่างเป็นเรื่องที่โหดร้ายซะเหลือเกิน

 ล่ามโซ่

3. ปล่อยปะละเลยฟันของสุนัข

เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่หลายคนไม่ค่อยใส่ใจมากสำหรับเรื่องฟันของน้องหมาเรา แต่ว่านักประธานสัตวแพทย์ของสมาคมแพทย์อเมริกัน Dr. Ted Cohn ได้ระบุว่ามีการแปลงฟันสุนัขและแมวอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอเพียงแค่ 2 % เท่านั้นในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้พบว่าสุนัข 65% มีโรคเกี่ยวกับทางช่องปาก ฉะนั้นคุณควรพาเจ้าตูบไปตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง การดูแลฟันของสุนัขหรือแมวนั้น คุณสามารถใช้แปรงสีฟันเด็กในการทำความสะอาดได้ และไม่ควรใช้ยาสีฟันของมนุษย์กับสัตว์เด็ดขาด เพราะว่าพวกมันไม่สามารถคายออกมาได้และในยาสีฟันของมนุษย์ก็มีสารอันตรายจำนวนมากต่อสัตว์ด้วย

ปล่อยปะละเลยฟันของสุนัข

4. ตีสุนัข

การที่เราตบตีสั่งสอนสุนัขเมื่อยามทำผิดนั้น ก็เป็นเรื่องที่ดีแต่ไม่ควรทำบ่อยจนเกินไป เพราะการที่เราใช้มือในการตีสุนัขของเราจะทำให้มันจดจำได้ และมีผลต่อความสัมพันธ์ของคุณกับมันแน่นอน เวลาฝึกอบรมต่าง ๆ ในภายหลังก็จะทำได้ยากยิ่งขึ้นไปอีกในหนังสือฝึกสอนของสุนัข โดย วิคตอเรีย สตีล เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการฝึกสอนสุนัขและสอนวิธีเพิ่มแรงจูงใจให้กับมัน ซึ่งจะสะท้อนมาถึงพฤติกรรมของมัน หนึ่งประโยคในหนังสือกล่าวว่า “เมื่อคุณตีสุนัข มันเป็นการสอนให้มันกลัวคุณ ซึ่งเป็นการทำลายความไว้วางใจ และหมดสิ้นความเชื่อมั่นต่อตัวคุณ สุดท้ายถ้ามันรู้สึกไม่ปลอดภัย ตามสัญชาตญาณของมันแล้ว จะทำให้สุนัขดุร้ายและควบคุมได้ยาก

ตีสุนัข

5. คิดว่าสุนัขไม่มีความรู้สึก

หลายคนนั้นจะทำโทษสุนัขด้วยการตีมันอยู่บ่อย ๆ โดยที่เราไม่ได้คิดอะไร เพราะหลังจากนั้นมันก็กลับมาร่าเริงเหมือนเดิม แต่ขอบอกเลยว่าถ้าคุณคิดแบบนั้นคุณคิดผิด ขอบอกเลยว่าสุนัขเซนซิทีฟมาก พวกเขาสามารถรับรู้อารมณ์ และความรู้สึกของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี การวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า สุนัขมีความรักเหมือนมนุษย์ และสามารถอ่านอารมณ์มนุษย์ออกจากการแสดงสีหน้า มันมีทั้งความรู้สึกรัก ตื่นเต้น ซีมเศร้า ถ้าหากว่าคุณด่าว่าใช้อารมณ์กับมันละก็ ถึงแม้มันไม่เข้าใจว่าแปลว่าอะไร แต่ตีเป็นความหมายทางความรู้สึกได้นะ ก็เหมือน ๆ เราฟังเพลงเกาหลี แปลไม่ออกหรอก แต่ว่าทำนองมันเศร้าจัง ประมาณนั้น

คิดว่าสุนัขไม่มีความรู้สึก

6. ไม่พาไปพบสัตว์แพทย์

การที่เราไม่ได้พาน้องหมาของเราไปพบแพทย์นั้นอาจะเป็นเรื่องที่ไม่ค้อยดีมากนัก เพราะหลาย ๆ คนคิดว่าสามารถวินิจฉัยโรคของสุนัขได้เอง หรือไม่ก็หาข้อมูลจากอินเตอร์เนต และเชื่อสัตวแพทย์ออนไลน์กันซะอย่างนั้น  คุณสามารถที่จะหาของเล่น กิจกรรม หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้กับเจ้าเพื่อนรักสี่ขาของเรา แต่ถ้าเป็นเรื่องสุขภาพและอยากให้เขาอยู่กับเรานาน ๆ หากมีอาการใด ๆ ที่แสดงออกมา อย่าย่ามใจไปแนะนำให้รีบไปพบสัตวแพทย์ทันที และอย่าลืมพาไปตรวจสุขภาพประจำปีกันด้วย

ไม่พาไปพบสัตว์แพทย์

ถ้าหากคุณหลีกเลี่ยง 6 พฤติกรรมต้องห้ามที่เจ้าของไม่ควรทำกับสุนัข เหล่านี้ได้ ก็จะทำให้น้องหมาของเราไม่เครียด ร่าเริง อยู่ตลอดเวลา แต่บางพฤติกรรมนั้นเราก็จำเป็นต้องทำจริง ๆ อย่างไรก็ตามถ้าเลี่ยงได้ก็ควรที่จะเลี่ยง หรือลดการกระทำเหล่าให้น้อยลง เพราะการที่เราเลี้ยงสุนัขอย่างถูกต้อง ก็จะทำให้น้องอยู่กับเราได้นานมากขึ้นครับ

ได้รู้วิธีการเลี้ยงสุนัขอย่างถูกต้อง เพื่อจะทำให้สุนัขของเราไม่เกิดความเครียด ทำให้มีความร่าเริงอยู่เสมอเป็นเรื่องที่ดี แต่สำหรับผู้ที่เลี้ยงแมวก็ต้องมีการเลี้ยงอย่างถูกต้องด้วยเช่นกัน ซึ่ง 4 เคล็ด(ไม่)ลับ เลี้ยงแมวอย่างไรให้อายุยืนยาว เป็นแนวทางที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงแมวได้ดีขึ้น และมีความสุขเช่นเดียวกับการเลี้ยงสุนัข ทั้งนี้ผู้เลี้ยงแมว ก็คงจะมีทั้งการเลี้ยงแบบระบบปิดและเปิด ซึ่งการเลี้ยงทั้ง 2 ระบบนี้ก็จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้เลี้ยงเอง โดยมี ข้อดีและข้อเสีย หากคุณเลี้ยงแมวระบบปิด มาช่วยให้คุณพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ ก่อนจะตัดสินใจเลี้ยงด้วยระบบใด